“กราบสักการะวีรบุรุษผู้ยึดมั่นในสัตย์ ไม่ยอมทรยศต่อชาติ ชมรูปปั้นพระยาไชยบูรณ์เต็มยศอันสง่างาม และเรียนรู้เหตุการณ์กบฏเงี้ยวเมืองแพร่ พ.ศ. 2445”
อนุสาวรีย์พระยาไชยบูรณ์ (Phraya Chaiyabun Memorial) เป็นอนุสรณ์แห่งความจงรักภักดีและการเสียสละของข้าราชการผู้ยืนหยัดปกป้องแผ่นดินเมืองแพร่ ในเหตุการณ์ กบฏเงี้ยว พ.ศ. 2445 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์สำคัญของภาคเหนือและประเทศไทย
วีรกรรมทางประวัติศาสตร์
พระยาไชยบูรณ์ (ทองอยู่ สุวรรณบาตร) ดำรงตำแหน่ง ข้าหลวงกำกับราชการเมืองแพร่ ระหว่าง พ.ศ. 2440–2445 ในช่วงเวลาที่บ้านเมืองเผชิญความไม่สงบจากเหตุการณ์กบฏเงี้ยว เมื่อกลุ่มกบฏบุกยึดเมืองแพร่ในปี พ.ศ. 2445 ท่านได้รวบรวมกำลังและยืนหยัดปกป้องเมืองอย่างสุดความสามารถ แม้กำลังฝ่ายตนจะเสียเปรียบอย่างยิ่งก็ตาม
การเสียสละอันสูงสุด
เมื่อถูกจับกุม กลุ่มกบฏได้บีบบังคับให้พระยาไชยบูรณ์ลงนามยกเมืองและคลังจังหวัดให้แก่ฝ่ายกบฏ แต่ท่านปฏิเสธอย่างเด็ดเดี่ยว พร้อมถ้อยคำที่จารึกไว้ในประวัติศาสตร์ว่า
“ถึงตัวจะตายก็จะไม่ยอมทรยศต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท”
ด้วยความซื่อสัตย์และอุดมการณ์อันมั่นคง ท่านจึงถูกสังหารเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2445 ณ บริเวณที่ตั้งอนุสาวรีย์ในปัจจุบัน
การพระราชทานเกียรติยศ
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสำนึกในความจงรักภักดีและการเสียสละอันสูงสุด จึงโปรดเกล้าฯ พระราชทานเลื่อนบรรดาศักดิ์ย้อนหลังให้เป็น
พระยาราชฤทธานนท์พหลพลภักดี
เพื่อเชิดชูเกียรติคุณและยกย่องความกล้าหาญของท่านไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ชาติไทย
อนุสรณ์แห่งความภักดีของเมืองแพร่
ชาวเมืองแพร่ได้ร่วมใจกันสร้างอนุสาวรีย์พระยาไชยบูรณ์ขึ้น เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความกล้าหาญและความซื่อสัตย์ โดย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2511
ภายในพื้นที่ประกอบด้วยสวนหย่อมที่สง่างาม และอาคารนิทรรศการซึ่งจัดแสดงประวัติชีวิตและของใช้ส่วนตัวของท่าน เพื่อให้ชนรุ่นหลังได้เรียนรู้บทเรียนแห่งความซื่อสัตย์ ความจงรักภักดี และการเสียสละเพื่อแผ่นดิน
วิธีการเดินทาง
- รถยนต์ส่วนตัว: จากตัวเมืองแพร่ ใช้ถนนยันตรกิจโกศล (ทางหลวงหมายเลข 101) มุ่งหน้าไปทางสูงเม่น ประมาณ 4 กิโลเมตร อนุสาวรีย์ตั้งอยู่ทางขวามือ มีป้ายบอกทางชัดเจน
คำแนะนำ
-
วันที่ 25 กรกฎาคม ของทุกปี มีพิธีวางพวงมาลาและทำบุญรำลึกอย่างเป็นทางการ
-
เหมาะสำหรับผู้สนใจ ประวัติศาสตร์ไทยและเหตุการณ์กบฏเงี้ยว
-
ควรแต่งกายสุภาพเมื่อเข้าสักการะอนุสาวรีย์
-
แนะนำมาเที่ยวช่วงเช้าหรือเย็น บรรยากาศร่มรื่นและสงบ
-
สามารถวางแผนเที่ยวสถานที่สำคัญอื่นๆ ในเมืองแพร่ต่อได้ในวันเดียว
ค่าเข้าชม:
- เข้าชมฟรี
เวลาเปิด–ปิด:
- เปิดทุกวัน เวลา 06:00 – 18:00 น.
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 3 รายการ)รีวิวเมื่อ 30 ก.ค. 55
พระยาไชยบูรณ์ เดิมชื่อ ทองอยู่ นามสกุล สุวรรณบาตร เป็นบุตรของพระยาศรีเทศบาล และคุณหญิงกมลจิตร เกิดที่อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2445 มีน้องชายร่วมสายโลหิต 1 คน อายุ 21 ปี รับราชการครั้งแรกเป็นเสมียนอยู่ที่อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์อายุ 43 ปีได้เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร อยู่ได้ 2 ปี ย้ายไปเป็นผู้ว่าราชการ จังหวัดที่จังหวัดพิษณุโลก และย้ายมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ใน พ.ศ.2440 ในขณะนั้นมีเจ้าเมืองปกครองเมืองแพร่คือ เจ้าพิริยเทพวงศ์ ทำการปกครองร่วมกันระหว่างข้าหลวงกับเจ้าเมือง ใน พ.ศ.2443 ได้เลื่อนยศเป็นพระยาไชยบูรณ์
พระยาไชยบูรณ์ ได้ต่อสู้กับพวกโจรเงี้ยวที่บุกเข้าปล้นเมืองแพร่ในเช้าตรู่ของวันที่ 25 เดือน กรกฎาคม พ.ศ.2445 พวกโจรเงี้ยวมีพะกาหม่องเป็นหัวหน้าได้รวบรวมสมัครพรรคพวกที่มาจาก เชียงตุงและพวกเงี้ยวที่อาศัยอยู่ในเมืองแพร่ บุกเข้าปล้นสถานีตำรวจภูธรแย่งชิงเอาอาวุธไปแล้ว เข้าเมืองด้านประตูชัยปล้นที่ทำการไปรษณีย์โทรเลข ต่อจากนั้นตรงไปยังบ้านพักของพระยา ไชยบูรณ์ใช้ปืนยิงเข้าไป พระยาไชยบูรณ์หลบหนีออกไปได้แล้วไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่บ้านร่องกาศ ได้ ส่งคนไปขอกำลังจากชาวบ้านมาช่วย แต่พวกเงี้ยวมีอาวุธครบมือมากกว่าจึงสู้ไม่ได้ ในที่สุดถูกพวก เงี้ยวจับตัวได้และไม่ยอมมอบเมืองแพร่ให้แก่พวกเงี้ยวจึงถูกพวกเงี้ยวฆ่าตายในที่สุด
รีวิวเมื่อ 30 ก.ค. 55
รีวิวเมื่อ 30 ก.ค. 55