“สักการะ องค์เสาหลักเมือง ที่ทำจากไม้มงคลชัยพฤกษ์ยอดแกะสลักรูปดอกบัว 7 ชั้น ชมสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์อาคารจัตุรมุขสีขาวสะอาดตา และกราบขอพร เทพารักษ์ทั้ง 5 ผู้ปกปักรักษาเมือง”
ศาลหลักเมืองจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (Ayutthaya City Pillar Shrine) เป็นโบราณสถานและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีความสำคัญคู่บ้านคู่เมืองอยุธยามาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่การสถาปนากรุงศรีอยุธยาในสมัย สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) เมื่อปี พ.ศ. 1893 ตามพงศาวดารระบุว่ามีการฝังไม้หลักเมืองพร้อมกับการสร้างพระนคร เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจและเป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่นคงของบ้านเมือง แม้ศาลหลักเมืองที่ปรากฏในปัจจุบันจะเป็นการสร้างขึ้นใหม่ แต่ตั้งอยู่บนตำแหน่งที่สันนิษฐานว่าเป็นจุดเดิม เพื่อเฉลิมพระเกียรติในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 200 ปี เมื่อปี พ.ศ. 2525
ลักษณะทางสถาปัตยกรรมของศาลหลักเมืองมีความงดงามและสง่างาม ตัวอาคารเป็น อาคารทรงไทยจัตุรมุข มีมุขยื่นออกทั้งสี่ด้าน ก่ออิฐถือปูนทาสีขาว ตั้งอยู่บนฐานสูง มีบันไดขึ้นได้ทั้งสี่ทิศ สื่อถึงความเปิดกว้างและการคุ้มครองเมืองในทุกทิศทาง ยอดอาคารเป็นทรงปรางค์ ประดับด้วย ลำภุขันหรือพุ่มทรงข้าวบิณฑ์ 3 ชั้น ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคล ความอุดมสมบูรณ์ และอำนาจศักดิ์สิทธิ์ตามคติความเชื่อไทยโบราณ
หัวใจสำคัญของศาลแห่งนี้คือ องค์เสาหลักเมือง ซึ่งทำจาก ไม้ชัยพฤกษ์ ไม้มงคลสูงสุดตามความเชื่อไทย ส่วนยอดเสาแกะสลักเป็นรูป ดอกบัวแก้วซ้อนกัน 7 ชั้น แสดงถึงความบริสุทธิ์ ความเจริญ และความก้าวหน้าทางจิตวิญญาณ ตัวเสาฝังลึกจากพื้นชั้นล่างขึ้นมาถึงชั้นบน และมีกระจกใสครอบป้องกันไว้เพื่อการอนุรักษ์ แต่ยังเปิดให้ประชาชนสามารถมองเห็นและสักการะได้อย่างชัดเจน
ในด้านความเชื่อ ศาลหลักเมืองถือเป็นที่สถิตของ พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง และเทพารักษ์ผู้คุ้มครองพระนคร ชาวอยุธยาและผู้มาเยือนเชื่อว่าการมากราบไหว้สักการะจะช่วยเสริมความมั่นคงในชีวิต การงาน และครอบครัว เปรียบเสมือนเสาหลักเมืองที่ปักแน่น แข็งแรง ไม่หวั่นไหวต่ออุปสรรค และช่วยปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกไปจากชีวิต
บรรยากาศโดยรอบศาลหลักเมืองมีความ ร่มรื่น สงบ และเปี่ยมด้วยพลังศรัทธา เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้โบราณสถานสำคัญหลายแห่ง เช่น วิหารพระมงคลบพิตร และวัดพระศรีสรรเพชญ์ ทำให้ศาลหลักเมืองเป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนออกเดินทางท่องเที่ยวและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของกรุงศรีอยุธยาในจุดอื่นๆ
วิธีการเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว:
- ขับเข้าเกาะเมืองอยุธยามาตามถนนโรจนะ พอถึงวงเวียนหน้าศาลากลางเก่าให้เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนศรีสรรเพชญ์ ศาลหลักเมืองจะอยู่ทางซ้ายมือใกล้กับสี่แยกที่ตัดกับถนนป่าโทน
รถสาธารณะ:
- จากสถานีรถไฟอยุธยา สามารถนั่งรถตุ๊กตุ๊กหน้ากบมาได้ โดยบอกว่าไป "ศาลหลักเมือง"
การเดิน:
- หากจอดรถบริเวณวัดพระรามหรือวิหารพระมงคลบพิตร สามารถเดินมายังศาลหลักเมืองได้ไม่ไกล
คำแนะนำ
ขั้นตอนการบูชา:
- ภายในจะมีจุดให้เช่าชุดบูชา (ดอกไม้ ธูป เทียน ผ้าแพร 3 สี และแผ่นทอง) โดยให้จุดธูปเทียนด้านนอกก่อน แล้วจึงเข้าไปกราบองค์จำลองเพื่อปิดทองและผูกผ้าแพร
ข้อห้าม:
- องค์เสาหลักเมืองจริงภายในกระจก ไม่อนุญาต ให้ปิดทองหรือผูกผ้าแพร เพื่อรักษาเนื้อไม้เดิม
เวลาที่แนะนำ:
- ช่วงเช้าอากาศจะเย็นสบาย ไม่ร้อนมาก และสามารถถ่ายภาพอาคารสีขาวตัดกับท้องฟ้าได้สวยงาม
ค่าเข้าชม
-
เข้าชมฟรี (เปิดให้สักการะได้ทุกวัน)
เวลาทำการ
-
เปิดทุกวัน: 08:00 – 17:00 น. (บางช่วงเวลาอาจเปิดให้ชมภายนอกได้ถึงช่วงค่ำที่มีการส่องไฟ)
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 2 รายการ)รีวิวเมื่อ 10 เม.ย. 55
รีวิวเมื่อ 10 เม.ย. 55