“หอไดบุทสึเด็งเป็นอาคารไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปไดบุทสึซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และวัดโทไดจิได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก”
วัดโทไดจิ (Todaiji Temple) เริ่มสร้างขึ้นในสมัยเทมเปียว ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ญี่ปุ่นเผชิญกับภัยธรรมชาติและโรคระบาดอย่างรุนแรง มีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งในปี พ.ศ. 1286 (ค.ศ. 743) จักรพรรดิโชมุทรงประกาศให้ประชาชนร่วมกันสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ เพื่อปกป้องประเทศจากภัยพิบัติ ด้วยความเชื่อว่าพลังแห่งพระพุทธศาสนาจะช่วยคุ้มครองประชาชนให้รอดพ้นจากความทุกข์ยาก
ตามบันทึกที่เก็บรักษาอยู่ในวัดโทไดจิ ระบุว่ามีผู้คนเข้าร่วมในกระบวนการก่อสร้างมากกว่า 2,600,000 คน การหล่อพระพุทธรูปเริ่มต้นครั้งแรกที่เมือง ชิงะระกิ แต่เนื่องจากเกิดเหตุเพลิงไหม้และแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก จึงตัดสินใจย้ายสถานที่ก่อสร้างมายังเมืองนาราในปี พ.ศ. 1288 และสามารถสร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 1294
ในปีถัดมา พ.ศ. 1295 ได้มีการจัดพิธีเบิกพระเนตรเพื่อเฉลิมฉลองพระพุทธรูปองค์ใหม่ โดยมีพระภิกษุชาวอินเดียชื่อ โบดาอิเซนนะ (Bodai-senna) เป็นผู้ประกอบพิธี และมีผู้เข้าร่วมพิธีมากถึงประมาณ 10,000 คน หลังจากนั้น จักรพรรดิโชมุทรงประกาศให้วัดโทไดจิเป็นวัดประจำจังหวัดยะมะโตะ และเป็นศูนย์กลางของวัดพุทธทั่วทั้งอาณาจักรญี่ปุ่น
วัดโทไดจิมีอายุมากกว่า 1,200 ปี และถือเป็นหนึ่งในวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากที่สุดของประเทศญี่ปุ่น เดิมวัดแห่งนี้มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามยุคสมัย แต่ชื่อ “โทไดจิ” ได้ปรากฏอย่างเป็นทางการในจดหมายเหตุสมัยเทมเปียว ปีที่ 19 (ค.ศ. 747) วัดแห่งนี้จึงไม่เพียงเป็นศาสนสถาน หากแต่เป็นสัญลักษณ์ของการรวมศูนย์อำนาจ ความศรัทธา และอุดมการณ์ของรัฐญี่ปุ่นในยุคโบราณ
ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐาน พระใหญ่ (ไดบุทสึ) พระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น มีความสูงประมาณ 15 เมตร ภายในหอไดบุทสึเด็งยังมี เสาไม้ยักษ์ ซึ่งบริเวณฐานเสามีขนาดเท่ากับรูจมูกของพระใหญ่ โดยมีช่องเล็กด้านล่าง เชื่อกันว่าหากผู้ใดสามารถลอดผ่านช่องนี้ได้ จะสามารถบรรลุการตรัสรู้ในชาติหน้า
นอกจากนี้ บริเวณด้านหน้าวิหารยังมี พระพุทธรูปไม้แกะสลักโบราณสวมชุดสีแดง ชาวญี่ปุ่นเชื่อกันว่า หากลูบส่วนใดขององค์พระ แล้วนำมือไปลูบอวัยวะส่วนนั้นของตนเอง จะช่วยให้อาการเจ็บป่วยบริเวณนั้นทุเลาลง เป็นความเชื่อพื้นบ้านที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน
วิธีการเดินทาง
-
จากสถานี JR Nara: นั่งรถบัสเมืองสายมุ่งหน้าไป Todai-ji Daibutsuden ใช้เวลาประมาณ 10–15 นาที
-
จากสถานี Kintetsu Nara: เดินผ่านสวนสาธารณะนาราประมาณ 20 นาที
-
เดินเท้า: สามารถเดินเชื่อมจากแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอื่น ๆ ภายในเมืองนาราได้สะดวก
คำแนะนำ
-
ควรมาช่วงเช้าหรือวันธรรมดาเพื่อลดความแออัด
-
เผื่อเวลาเดินชมสวนสาธารณะนาราและถ่ายภาพกับกวาง
-
ระวังของใช้ส่วนตัว เพราะกวางอาจแย่งกระดาษหรือถุงอาหาร
-
ภายในวิหารอนุญาตให้ถ่ายภาพได้ แต่ห้ามใช้แฟลช
ค่าเข้าชม:
-
ค่าเข้าชมหอไดบุทสึเด็ง: ประมาณ 600 เยน (ผู้ใหญ่)
-
เด็กและหมู่คณะอาจมีส่วนลด
เวลาเปิด-ปิด:
-
เดือนเมษายน – ตุลาคม: 08:00 – 17:00 น.
-
เดือนพฤศจิกายน – มีนาคม: 08:00 – 16:30 น.
(ปิดรับเข้าชมก่อนเวลาปิดประมาณ 30 นาที)