“ชมพระอัจนะ พระพุทธรูปปางมารวิชัยในมณฑปโบราณ และสัมผัสอุโมงค์ลับที่เป็นต้นกำเนิดของตำนานพระพุทธรูปพูดได้ที่ช่วยสร้างขวัญกำลังใจแก่กองทัพไทย”
วัดศรีชุม (Si Chum Temple) เป็นหนึ่งในสถานที่ที่สำคัญและมีชื่อเสียงที่สุดในอาณาจักรสุโขทัย ตั้งอยู่ทางทิศเหนือนอกกำแพงเมืองเก่า ห่างจากวัดพระพายหลวงประมาณ 800 เมตร จุดเด่นที่สุดของวัดนี้คือ พระอัจนะ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยขนาดใหญ่ที่มีความสูงถึง 15 เมตร และหน้าตักกว้างถึง 11.3 เมตร พระพุทธรูปองค์นี้ประดิษฐานอยู่ภายในอาคารรูปสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ที่เรียกว่า มณฑป ซึ่งวัดระยะความกว้างของผนังด้านนอกได้ถึง 32 เมตร แม้ในปัจจุบันส่วนหลังคาจะพังทลายลงไปหมดแล้ว แต่ผนังทั้งสี่ด้านยังคงความแข็งแรงและแสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของงานสถาปัตยกรรมไทยในพุทธศตวรรษที่ 18 ได้อย่างชัดเจน
ความน่ามหัศจรรย์ทางด้านวิศวกรรมของวัดศรีชุมอยู่ที่ผนังของมณฑป ซึ่งมีความหนาเป็นพิเศษและมีการออกแบบเป็น ผนังสองชั้น ภายในกำแพงด้านทิศใต้มีช่องทางเดินเล็กๆ และบันไดแคบๆ ซ่อนอยู่ บันไดนี้สามารถพาเดินขึ้นไปจนถึงระดับไหล่ของพระพุทธรูปและออกไปสู่ด้านบนสุดของกำแพงเพื่อชมทิวทัศน์รอบเมืองเก่าสุโขทัยได้ ภายในอุโมงค์ลับนี้ยังเป็นที่เก็บรักษา ภาพสลักหินชนวน จำนวน 50 แผ่น ซึ่งสลักเป็นลวดลายเส้นบอกเล่าเรื่องราวในนิทานชาดกและมีคำบรรยายด้วยอักษรไทยโบราณ ภาพเหล่านี้ถือเป็นหลักฐานทางศิลปะลายเส้นที่เก่าแก่และสมบูรณ์ที่สุดยุคหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย
สำหรับชื่อเสียงเรื่อง ตำนานพระพุทธรูปพูดได้ นั้น มีหลักฐานความเชื่อที่สืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ในปี พ.ศ. 2127 เมื่อ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงเตรียมทัพไปปราบเมืองเชลียง (สวรรคโลก) ทหารไทยในตอนนั้นขาดกำลังใจในการสู้รบเพราะต้องรบกับคนไทยด้วยกันเอง พระองค์จึงทรงใช้ประโยชน์จากอุโมงค์ลับภายในกำแพงมณฑป โดยให้ทหารที่มีเสียงดังกังวานแอบปีนขึ้นไปด้านหลังองค์พระและกล่าวคำให้กำลังใจแก่เหล่าทหาร ทหารที่อยู่ด้านล่างมองไม่เห็นตัวคนจึงเชื่อว่าองค์พระพูดได้จริงๆ ส่งผลให้กองทัพเกิดความฮึกเหิมและรบชนะในที่สุด เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความฉลาดของกษัตริย์ไทยในการใช้สถาปัตยกรรมร่วมกับกลยุทธ์ทางจิตวิทยาเพื่อการทหาร
ประวัติการดูแลรักษาวัดศรีชุมนั้นมีการบูรณะครั้งใหญ่ในสมัย พระเจ้าลิไท และถูกทิ้งร้างไปนานหลายร้อยปีหลังจากอาณาจักรเสื่อมอำนาจลง จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2495 ในสมัยรัชกาลที่ 9 รัฐบาลไทยได้เริ่มโครงการบูรณะพระพุทธรูปพระอัจนะและมณฑปอีกครั้ง โดยได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะระดับโลกอย่าง ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี การบูรณะในครั้งนั้นทำให้วัดศรีชุมกลับมาสมบูรณ์สง่างามดังที่เห็นในปัจจุบัน และได้รับการยกย่องเป็นมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกนิยมมาที่นี่เพื่อสัมผัสความศรัทธาผ่านปลายนิ้วพระหัตถ์ที่เรียวยาวและงดงามขององค์พระอัจนะ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความสงบสุขและความเจริญรุ่งเรืองของไทยในอดีต
วิธีการเดินทาง
-
ตำแหน่ง: ตั้งอยู่เขตพื้นที่โซนทิศเหนือ นอกกำแพงเมืองสุโขทัย สามารถเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวหรือปั่นจักรยานจากเขตเมืองเก่ามาได้ในเวลาเพียง 5-10 นาที
-
รถรางนำเที่ยว: มีจุดจอดรถรางของอุทยานฯ ให้บริการส่งนักท่องเที่ยวถึงบริเวณทางเข้าหน้ามณฑป
คำแนะนำ
-
ช่วงเวลาที่เหมาะสม: ควรมาถึงในช่วงเช้าก่อน 09:00 น. หรือช่วงบ่ายหลัง 15:30 น. เพื่อให้ได้แสงที่นุ่มนวลในการถ่ายภาพองค์พระอัจนะ
-
การถ่ายภาพ: มุมมองจากประตูมณฑปเข้าไปยังองค์พระเป็นจุดถ่ายภาพที่สวยที่สุด ซึ่งจะเห็นความแตกต่างระหว่างความแคบของประตูและความยิ่งใหญ่ของพระพุทธรูป
-
ข้อปฏิบัติ: เนื่องจากเป็นสถานที่ที่สมเด็จพระนเรศวรเคยใช้ทำพิธีสำคัญ ควรแสดงความเคารพโดยการไม่ปีนป่ายกำแพงและแต่งกายสุภาพ
ค่าเข้าชม:
-
ชาวไทย: 20 บาท
-
ชาวต่างชาติ: 100 บาท
เวลาเปิด-ปิด:
-
07:30 – 17:30 น. (เปิดให้บริการทุกวัน)
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 2 รายการ)รีวิวเมื่อ 18 ส.ค. 53
รีวิวเมื่อ 18 ส.ค. 53