“เดินข้ามสะพานไม้สู่โบราณสถานบนเกาะศักดิ์สิทธิ์ ชมเจดีย์ทรงระฆังศิลปะลังกาที่สะท้อนเงาบนผิวน้ำอย่างสมบูรณ์แบบ และเป็นจุดชมทัศนียภาพยามเย็นที่สวยงามที่สุดในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย”
วัดสระศรี (Si Sa Temple) เป็นโบราณสถานที่ได้รับยกย่องว่ามีความสวยงามทางทัศนียภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ตั้งอยู่บนเกาะกลางสระน้ำขนาดใหญ่ที่ชื่อว่า ตระพังตระกวน ภายในเขตกำแพงเมืองสุโขทัย การสร้างวัดบนเกาะกลางน้ำเช่นนี้สะท้อนถึงภูมิปัญญาในการจัดผังเมืองโบราณที่นำธรรมชาติมาผสมผสานกับความเชื่อทางศาสนา โดยใช้น้ำเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์และเป็นพรมแดนศักดิ์สิทธิ์ที่แยกโลกทางธรรมออกจากโลกภายนอก บรรยากาศรอบวัดจึงเต็มไปด้วยความร่มเย็น สงบสุข และมีอากาศถ่ายเทดีตลอดทั้งวัน
สถาปัตยกรรมหลักที่โดดเด่นของวัดสระศรีคือ เจดีย์ประธานทรงระฆัง (หรือทรงลังกา) ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่แสดงให้เห็นถึงการรับอิทธิพลพุทธศาสนานิกายลังกาวงศ์เข้ามาในอาณาจักรสุโขทัย เจดีย์องค์นี้มีฐานสี่เหลี่ยมซ้อนกันหลายชั้นขึ้นไปสู่ตัวระฆังที่กลมกลึงสวยงาม สัดส่วนที่สมมาตรทำให้เจดีย์องค์นี้ดูสง่างามท้าทายกาลเวลา บริเวณด้านหน้าเจดีย์เป็นที่ตั้งของวิหารขนาดใหญ่ที่เหลือเพียงฐานและเสาศิลาแลง ภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยที่มีพุทธลักษณะงดงามตามแบบศิลปะสุโขทัยแท้
นอกจากเจดีย์ทรงระฆังแล้ว สิ่งที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวและนักประวัติศาสตร์ศิลปะอย่างมากคือ พระพุทธรูปปางลีลา ที่ประดิษฐานอยู่หน้าเจดีย์ประธาน พระพุทธรูปปางนี้ถือเป็น สุดยอดศิลปกรรมสุโขทัย ด้วยลักษณะที่ดูเหมือนพระพุทธเจ้ากำลังย่างก้าวอย่างนุ่มนวลและมีเมตตา มีเส้นรอบนอกที่อ่อนช้อยและนิ้วพระหัตถ์ที่เรียวยาวสวยงาม ซึ่งหาดูได้ยากในศิลปะยุคอื่น การได้เห็นพระพุทธรูปองค์นี้ตั้งอยู่กลางโบราณสถานที่ล้อมรอบด้วยน้ำ ยิ่งช่วยส่งเสริมให้ภาพที่เห็นดูเหมือนงานศิลปะที่มีชีวิต
อีกส่วนสำคัญที่ตั้งแยกออกมาคือ พระอุโบสถ (โบสถ์) ที่ตั้งอยู่บนเกาะขนาดเล็กทางทิศตะวันออกของเกาะหลัก การสร้างโบสถ์กลางน้ำเช่นนี้เรียกว่าคติ อุทกสีมา หรือการใช้น้ำแทนกำแพงหินเพื่อกำหนดเขตพื้นที่ทำสังฆกรรมของพระสงฆ์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเคร่งครัดในพระธรรมวินัยของสมัยสุโขทัย ปัจจุบันเกาะหลักและเกาะเล็กถูกเชื่อมต่อด้วยสะพานไม้ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของการท่องเที่ยวสุโขทัย นักท่องเที่ยวมักจะมาเดินบนสะพานนี้เพื่อซึมซับบรรยากาศความเงียบสงบและถ่ายภาพทัศนียภาพมุมกว้าง
ในด้านการท่องเที่ยว วัดสระศรีถือเป็นจุดชม พระอาทิตย์ตกดิน ที่ดีที่สุดในอุทยานประวัติศาสตร์ เมื่อแสงสีทองส่องกระทบองค์เจดีย์และเงาสะท้อนลงบนผิวน้ำที่นิ่งสงบ จะเกิดภาพที่งดงามราวกับภาพวาด วัดแห่งนี้ยังเป็นสถานที่หลักในการจัดงานเทศกาลลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ ซึ่งจะมีการประดับไฟอย่างยิ่งใหญ่ ทำให้เราจินตนาการถึงความรุ่งเรืองของ "รุ่งอรุณแห่งความสุข" ได้อย่างชัดเจน การเดินทางมาเยือนวัดสระศรีจึงเป็นการเติมเต็มประสบการณ์ท่องเที่ยวสุโขทัยที่สมบูรณ์แบบ ทั้งในด้านความรู้ทางประวัติศาสตร์และความประทับใจทางสายตา
วิธีการเดินทาง
การเดินทางภายในอุทยาน:
-
จักรยาน: เป็นวิธีที่สะดวกและได้รับความนิยมสูงสุด สามารถปั่นข้ามสะพานไม้ไปยังเกาะได้โดยตรง
-
รถรางไฟฟ้า: รถรางของอุทยานจะจอดส่งที่จุดเข้าชมหน้าทางเข้าวัดสระศรี
-
เดินเท้า: หากจอดรถบริเวณลานจอดรถส่วนกลาง สามารถเดินเลาะริมสระน้ำมายังวัดได้ในระยะทางประมาณ 200-300 เมตร
คำแนะนำ
-
ช่วงเวลาที่แนะนำ: 16:30 น. – 18:30 น. เป็นช่วงที่แสงพระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า แสงจะนุ่มและสวยที่สุดสำหรับการถ่ายภาพ
-
มุมถ่ายภาพ: จุดที่สวยที่สุดคือบริเวณเชิงสะพานไม้ก่อนข้ามไปยังเกาะ ซึ่งจะเห็นทั้งสะพาน องค์เจดีย์ และภาพสะท้อนในน้ำพร้อมกัน
-
การแต่งกาย: ควรแต่งกายสุภาพ แม้พื้นที่จะเป็นลานกว้างและร่มรื่น แต่สถานที่นี้ยังคงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์และคุณค่าทางประวัติศาสตร์
ค่าเข้าชม:
- ชาวไทย: 20 บาท / ชาวต่างชาติ: 100 บาท (เป็นค่าธรรมเนียมรวมสำหรับเข้าชมโบราณสถานในโซนกลาง)
เวลาเปิด-ปิด:
- เปิดทุกวัน: 06:30 – 19:30 น. (ช่วงกลางคืนมีการเปิดไฟส่องสว่างประดับองค์เจดีย์)
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 1 รายการ)รีวิวเมื่อ 19 ส.ค. 53