“ชมพระบรมรูปหล่อโลหะที่สง่างามท่ามกลางโบราณสถานมรดกโลก พร้อมศึกษาเรื่องราวประวัติศาสตร์จากศิลาจารึกจำลองที่บอกเล่าจุดเริ่มต้นของภาษาและวัฒนธรรมไทย”
พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช (King Ramkhamhaeng Monument) สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของกษัตริย์องค์ที่ 3 แห่งราชวงศ์พระร่วง ผู้ทรงทำให้สุโขทัยก้าวเข้าสู่ยุคที่รุ่งเรืองที่สุดในประวัติศาสตร์ พระบรมรูปหล่อด้วยโลหะทองแดงผสมทองเหลืองรมดำ มีขนาด 2 เท่าของพระองค์จริง โดยมีความสูง 3 เมตร ประดิษฐานบนแท่นประทับที่จำลองมาจาก "พระแท่นมนังคศิลาอาสน์" ในลักษณะที่พระองค์ทรงนั่งด้วยความสง่างาม พระหัตถ์ขวาทรงถือคัมภีร์ซึ่งสื่อถึงความเป็นปราชญ์และความรอบรู้ในการปกครอง องค์อนุสาวรีย์ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของวัดมหาธาตุ ซึ่งเป็นตำแหน่งใจกลางของอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยที่ได้รับการยกย่องเป็นมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO
ประวัติศาสตร์ระบุว่า พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ทรงเป็นกษัตริย์นักรบและนักปกครองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดองค์หนึ่ง พระองค์ทรงรวบรวมอาณาจักรให้เป็นปึกแผ่นและขยายอาณาเขตออกไปอย่างกว้างขวาง ผลงานที่สำคัญที่สุดและเป็นรากฐานของชาติคือการ ประดิษฐ์อักษรไทย ในปี พ.ศ. 1826 ซึ่งทำให้คนไทยมีภาษาและเอกลักษณ์เป็นของตนเองสืบมาจนถึงปัจจุบัน พระองค์ทรงปกครองบ้านเมืองด้วยระบบ "พ่อปกครองลูก" โดยทรงแขวนกระดิ่งไว้ที่หน้าประตูวังเพื่อให้ประชาชนที่มีความทุกข์สามารถมาสั่นกระดิ่งเพื่อร้องทุกข์ต่อกษัตริย์ได้โดยตรง ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดนี้ทำให้สุโขทัยเป็นดินแดนที่สงบสุข ดังคำกล่าวในศิลาจารึกว่า ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ซึ่งสะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของไทยในอดีต
นอกจากด้านการปกครองแล้ว พระองค์ยังทรงส่งเสริมเศรษฐกิจแบบเสรีด้วยนโยบายที่อนุญาตให้ราษฎรทำการค้าได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องเสียภาษีผ่านด่าน และทรงเป็นผู้ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้มั่นคง โดยทรงอาราธนาพระเถระจากนครศรีธรรมราชมาเผยแผ่พระธรรมคำสอนลัทธิลังกาวงศ์ บริเวณฐานของอนุสาวรีย์ยังมีภาพปูนปั้นที่บอกเล่าเหตุการณ์สำคัญ เช่น การทำยุทธหัตถีชนะขุนสามชนเจ้าเมืองฉอด และการเสด็จออกว่าราชการเพื่อดูแลทุกข์สุขของราษฎรอย่างใกล้ชิด
ในพื้นที่ใกล้เคียงยังมี ศิลาจารึกจำลอง จัดแสดงเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เห็นต้นกำเนิดของอักษรไทยและข้อความที่บันทึกวิถีชีวิตชาวสุโขทัยโบราณ การมาเยือนที่นี่จึงไม่ใช่เพียงการมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลตามความเชื่อของชาวไทย แต่คือการกลับมาศึกษาจุดเริ่มต้นของรากฐานวัฒนธรรม การเมือง และเศรษฐกิจของประเทศไทย อนุสาวรีย์แห่งนี้จึงเป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสถึงจิตวิญญาณแห่ง "รุ่งอรุณแห่งความสุข" และความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 700 ปี ของอาณาจักรสุโขทัย
วิธีการเดินทาง
-
ตำแหน่ง: ตั้งอยู่ใจกลางอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย (โซนกลาง) ใกล้กับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง
-
การเดินทาง: นักท่องเที่ยวสามารถปั่นจักรยานจากประตูทางเข้าหลัก หรือใช้บริการรถรางนำเที่ยวของอุทยานฯ มาลงที่บริเวณลานหน้าอนุสาวรีย์ได้อย่างสะดวก
คำแนะนำ
-
ช่วงเวลาที่แนะนำ: เวลา 07:00 – 09:30 น. หรือ 16:30 – 18:30 น. เพื่อเลี่ยงอากาศร้อนและได้แสงที่สวยงามในการถ่ายภาพ
-
กิจกรรม: สักการะด้วยดอกไม้ธูปเทียน และเดินชมภาพปูนปั้นนูนต่ำรอบฐานอนุสาวรีย์เพื่อทำความเข้าใจพระราชกรณียกิจสำคัญ
-
การแต่งกาย: โปรดแต่งกายสุภาพเนื่องจากเป็นสถานที่สำคัญและเป็นที่เคารพสักการะของประชาชน
ค่าเข้าชม:
-
ชาวไทย: 20 บาท
-
ชาวต่างชาติ: 100 บาท
เวลาเปิด-ปิด:
- เปิดให้บริการทุกวัน 06:30 – 19:30 น.
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 1 รายการ)รีวิวเมื่อ 17 ส.ค. 53