“ชมฐานเจดีย์ประธานที่มีงานปูนปั้นลวดลายแปลกตาและหาดูได้ยาก คือรูปบุคคลหรือเทวดาที่ถือแจกันดอกไม้ที่มีพรรณไม้เลื้อยออกมา สลับกับรูปช้างและสิงห์ในอิริยาบถต่างๆ ซึ่งเป็นศิลปะที่ยังคงความสมบูรณ์อย่างน่าอัศจรรย์”
วัดเจดีย์สี่ห้อง (Chedi Si Hong Temple) เป็นโบราณสถานขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในสมัยอาณาจักรสุโขทัย สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 20 ซึ่งเป็นยุคที่ศิลปะสุโขทัยมีการผสมผสานความเชื่อทางศาสนาและคติทางช่างอย่างลงตัว ชื่อของวัด เจดีย์สี่ห้อง เป็นชื่อที่เรียกกันตามลักษณะ ขององค์เจดีย์ที่ปรากฏให้เห็นในปัจจุบัน แต่ในอดีตวัดแห่งนี้คือศูนย์กลางความศรัทธาที่รวมเอางานพุทธศิลป์ที่ประณีตมาไว้ในที่เดียวกัน
โครงสร้างที่เป็นจุดเด่นที่สุดของวัดแห่งนี้คือ เจดีย์ประธานทรงระฆัง ที่มีส่วนฐานขนาดใหญ่และสูงกว่าปกติ ลักษณะเด่นอยู่ที่งานปูนปั้นประดับฐาน ซึ่งมีความแตกต่างจากวัดอื่นอย่างชัดเจน โดยรอบฐานมีการทำเป็นซุ้มกระจกสลับกับรูปปั้นเทวดาในชุดเครื่องทรงเต็มยศ มือทั้งสองข้างถือแจกัน ที่มีพรรณไม้เลื้อยออกมา ซึ่งตามความเชื่อโบราณสื่อถึงความอุดมสมบูรณ์และความงอกงามของชีวิตและบ้านเมือง
นอกจากรูปเทวดาแล้ว ยังมีงานปูนปั้นรูปสัตว์มงคลที่น่าสนใจคือ รูปสิงห์ขี่ช้าง ซึ่งเป็นการออกแบบที่หาดูได้ยากมากในศิลปะไทยสมัยอื่นๆ รูปสิงห์และช้างเหล่านี้ถูกปั้นในลักษณะที่ดูมีพละกำลังแต่แฝงด้วยความอ่อนช้อย ลวดลายบนตัวสัตว์และเครื่องประดับถูกแกะสลักอย่างละเอียด สะท้อนถึงชั้นเชิงของช่างหลวงสุโขทัยที่ต้องการให้เจดีย์องค์นี้เป็นดั่งเขาพระสุเมรุ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของจักรวาลตามคติความเชื่อในสมัยนั้น
บรรพบุรุษตั้งใจสร้างเจดีย์นี้เพื่อให้เหล่าสัตว์หิมพานต์และเทวดาในภาพปั้น คอยปกปักรักษาพระบรมสารีริกธาตุที่บรรจุอยู่ภายในองค์เจดีย์ ในส่วนของพื้นที่วัดประกอบด้วยพระวิหารขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าเจดีย์ประธาน และมีเจดีย์รายล้อมรอบอีกหลายองค์ สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ในสมัยก่อนวัดแห่งนี้เป็นวัดที่มีความสำคัญมากและมีการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาอย่างยิ่งใหญ่ มีผู้คนมากมายเดินทางมาแสวงบุญที่นี่
การวางผังวัดมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยและมีการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า เพื่อให้ศาสนิกชนที่เข้ามาภายในวัดได้สัมผัสถึงความสงบและเกิดจิตศรัทธา ปัจจุบัน วัดเจดีย์สี่ห้องได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีเยี่ยมภายในอุทยานประวัติศาสตร์ แม้ส่วนยอดของเจดีย์จะทลายลงไปตามกาลเวลา แต่งานปูนปั้นที่ฐานยังคงทำหน้าที่บอกเล่าความรุ่งเรืองของสุโขทัยได้อย่างชัดเจน จนกลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่นักประวัติศาสตร์ทั่วโลกสนใจ
การมาเยือนวัดแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนการเดินเข้าสู่หอศิลป์ที่มีชีวิต ที่ซึ่งเราสามารถมองเห็นภาพความศรัทธาและความรู้แจ้งในธรรมะ ผ่านลวดลายปูนปั้นที่บรรพบุรุษชาวสุโขทัยตั้งใจสร้างทิ้งไว้เป็นมรดกให้แก่แผ่นดินสืบไป สถานที่แห่งนี้จึงเป็นจุดหมายที่ทรงคุณค่า สำหรับการศึกษาประวัติศาสตร์ศิลปะ และเป็นจุดที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่หลงใหลในความประณีตของช่างไทยโบราณอย่างแท้จริง
วิธีการเดินทาง
-
รถยนต์ส่วนตัว: จากทางเข้าอุทยานฯ ให้ขับไปทางทิศใต้ ทางเดียวกับ วัดเชตุพน จะเห็นวัดเจดีย์สี่ห้องตั้งอยู่ใกล้กับวัดเชตุพน
-
รถสาธารณะ: เช่าจักรยานปั่นจากหน้าอุทยานฯ หรือนั่งรถรางไฟฟ้าของอุทยานฯ ในรอบที่พาชมโบราณสถานฝั่งใต้และตะวันออก
คำแนะนำ
-
ช่วงเวลาแนะนำ: ควรมาชมในช่วงเช้าหรือเย็น แสงแดดจะช่วยให้เห็นรายละเอียดปูนปั้นรอบฐานเจดีย์ได้ชัดเจนและสวยงามที่สุด
-
การแต่งกาย: โปรดแต่งกายสุภาพเพื่อให้เกียรติสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และโบราณสถานของชาติ
-
การรักษาความสะอาด: ห้ามสัมผัสหรือขีดเขียนบนปูนปั้นโบราณ เพื่อช่วยกันรักษาความสมบูรณ์ของงานศิลปะที่หาดูยากนี้
ค่าเข้าชม:
-
รวมอยู่ในค่าเข้าอุทยานฯ: ชาวไทย 20 บาท / ชาวต่างชาติ 100 บาท
เวลาเปิด-ปิด:
-
เปิดให้เข้าชมทุกวัน: 06:30 – 19:30 น.
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 1 รายการ)รีวิวเมื่อ 1 ก.ย. 54