10 ที่เที่ยวอีสาน ช่วงฝนพรำ
7204
10 ที่เที่ยวอีสาน ช่วงฝนพรำ ที่เขาว่ากันว่า อยู่ใต้ฟ้าอย่ากลัวฝน กับการหาเสื้อกันฝนสวยๆ กับรองเท้าบูทเก๋ๆ พร้อมแล้วไปเที่ยวแบบเปียกสลับแห้ง สัมผัสความงามของวันฝนพรำ ในภาคอีสาน ได้เลย
กิจกรรมที่น่าสในใจอื่นๆ เช่น ขบวนแห่ดอกกระเจียวคืนทุ่ง การแข่งขันเดินเพื่อการกุศล ชมสวนหินงามป่าหินล้านปีที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติปั้นแต่งตามแต่จะสุดจินตนาการการแสดง
จำหน่ายสินค้าที่มีชื่อเสียงของจังหวัดชัยภูมิ อีกทั้งดอกกระเจียวสีขาว สีเขียว สีชมพูอมม่วง น้ำตกไทรทอง และจุดชมวิว " ผาหำหด " ของอุทยานแห่งชาติไทรทอง ก็เป็นอีกสถานที่ที่รอการมาเยือนของนักท่องเที่ยวให้เดินทางท่องเที่ยว ด้วย...
ดูเพิ่มเติม
อุทยานแห่งชาติผาแต้ม ตั้งอยู่ที่อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 340 ตารางกิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน มีหน้าผาริมแม่น้ำโขง และพื้นที่ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง รวมถึงลานหินธรรมชาติ อุดมไปด้วยพืชพรรณและสัตว์ป่าหลากหลายชนิด
ก่อนที่จะถูกประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ พื้นที่ผาแต้มเป็นแหล่งอาศัยของชุมชนดั้งเดิมที่มีประวัติยาวนานนับพันปี หลักฐานสำคัญคือภาพเขียนส...
ดูเพิ่มเติม
น้ำตกตาดโตนตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 90 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดกลางที่เกิดจากลำห้วยตาดโตนไหลผ่านลานหินกว้าง ก่อนตกลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง ทำให้เกิดม่านน้ำที่สวยงาม โดยเฉพาะในฤดูฝนที่น้ำจะไหลแรงและกว้างถึง 50 เมตร
น้ำตกมีความสูงประมาณ 6 เมตร เหมาะสำหรับการเล่นน้ำ นั่งพักผ่อน หรือเดินเล่นในบริเวณโดยรอบที่ร่มรื่นและเงียบสงบ พื้นที่ใกล้...
ดูเพิ่มเติม
อุทยานแห่งชาติภูเรือครอบคลุมท้องที่อำเภอภูเรือและอำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย โดยอาณาเขตด้านทิศเหนือติดกับประเทศลาว รูปพรรณสันฐานของภูเรือคล้ายเรือใหญ่ตั้งอยู่บนยอดดอยสูง บางก้อนหินมีลักษณะเหมือนถูกปั้น ชาวบ้านเรียกว่า “กว้านสมอ” รอบๆ ภูเขามีขุนเขาน้อยใหญ่ปกคลุมด้วยหมอกละอองน้ำ สร้างบรรยากาศร่มรื่นท่ามกลางป่าอุดมสมบูรณ์ มีเนื้อที่ประมาณ 120.84 ตารางกิโลเมตร
ในปี พ.ศ. 2519 อธิบดีกรมป่าไม้และป...
ดูเพิ่มเติม
น้ำตกปลาบ่า ตั้งอยู่ในอำเภอภูเรือ จังหวัดเลย เป็นน้ำตกขนาดกลางที่มีความสูงประมาณ 10 เมตร เกิดจากความต่างระดับของชั้นหินในลำน้ำสาน สายน้ำไหลลดหลั่นลงมาตามลานหินกว้าง ก่อนจะไหลลงสู่แอ่งน้ำด้านล่างที่เงียบสงบและร่มรื่น เหมาะสำหรับการนั่งพักผ่อนและถ่ายรูป
น้ำตกปลาบ่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่ยังคงความเป็นธรรมชาติและความเงียบสงบ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายและสัมผัสธรรมชาติอ...
ดูเพิ่มเติม
ถนนคนเดินเชียงคานเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญและเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวในเมืองเชียงคาน จังหวัดเลย ที่นี่เป็นถนนสายเก่าแก่ที่มีบรรยากาศเงียบสงบและเป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะในช่วงเย็นที่เปิดเป็นถนนคนเดิน นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวบ้านและท้องถิ่นแบบแท้จริง
ถนนคนเดินเชียงคานเต็มไปด้วยร้านค้าท้องถิ่นที่ขายสินค้าพื้นบ้าน อาหารท้องถิ่น เช่น ขนมจีนเส้นสด ข้าวเกรียบปากหม้อ แกงเห็ด รวมทั้งเครื่อ...
ดูเพิ่มเติม
7
ภูทอก
ภูทอกตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย และถือเป็นหนึ่งในจุดชมวิวทะเลหมอกที่มีชื่อเสียงที่สุดของภาคอีสาน โดยเฉพาะในฤดูหนาว นักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมขึ้นไปเพื่อสัมผัสความสวยงามของทะเลหมอกที่ปกคลุมเหนือหุบเขาและแม่น้ำโขง ทำให้เกิดภาพทิวทัศน์ที่งดงามราวกับภาพวาด
จุดเด่นของภูทอกคือการชมพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า แสงอาทิตย์ที่ค่อย ๆ ทอประกายผ่านสายหมอกบาง ๆ ทำให้เกิดบรรยากาศโรแมนติกและตราตรึงใจ นอก...
ดูเพิ่มเติม
8
แก่งอาฮง
แก่งอาฮง (Kaeng Ahong) หรือ "สะดือแม่น้ำโขง" ตั้งอยู่บริเวณคุ้งน้ำหน้าวัดอาฮงศิลาวาส ตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญทางอุทกศาสตร์ของลุ่มน้ำโขง จากการสำรวจโดยเครื่องหยั่งน้ำพบว่าบริเวณนี้เป็นแอ่งน้ำลึก ที่มีความลึกที่สุดในลำน้ำโขงตลอดสายกว่า 4,800 กิโลเมตร โดยในช่วงฤดูน้ำหลากระดับน้ำจะลึกได้ถึง 196-200 เมตร กระแสน้ำที่ไหลมาจากทางเหนือเมื่อปะทะกับโขดหินขนาดใหญ่และคุ้งน้ำที่หักเ...
ดูเพิ่มเติม
9
ภูทอก
ภูทอก (Phu Thok) หรือ “ภูเขาโดดเดี่ยว” ในภาษาอีสาน เป็นภูเขาหินทรายขนาดใหญ่ที่ตั้งโดดเด่นกลางพื้นที่ราบของจังหวัดบึงกาฬ ลักษณะทางภูมิประเทศเช่นนี้ทำให้ภูทอกมีความสำคัญทั้งในเชิงธรรมชาติและจิตวิญญาณ โดยเฉพาะเมื่อถูกพัฒนาให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมภายใต้ชื่อ วัดเจติยาคีรีวิหาร
จุดกำเนิดของวัดแห่งนี้มีความเกี่ยวข้องกับพระอาจารย์สายวิปัสสนากรรมฐาน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างสถานที่ที่สงบ แยกตัวจ...
ดูเพิ่มเติม
วัดทุ่งศรีเมือง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของทุ่งศรีเมือง ใกล้กับสถานที่ราชการสำคัญ ได้แก่ ไปรษณีย์โทรเลข สำนักงานเทศบาลนครอุบลราชธานี และโรงเรียนอนุบาลอุบลราชธานี มีเนื้อที่ทั้งหมด 19 ไร่ 2 งาน 23 ตารางวา
วัดสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2356 ในสมัยรัชกาลที่ 2 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย โดยเจ้าคุณพระอริยาวงศาจารย์ญาณวิมล อุบลสังฆปาโมกข์ (สุ้ย หลักคำ) แห่งวัดป่าแก้วมณีวัน (ปัจจุบันวัดมณีวนารา...
ดูเพิ่มเติม